เสวี่ยหลิง จิตวิญญาญหิมะสีชาด

เสวี่ยหลิง

ยามเมื่อผ้าขาวอ่อนนุ่มพาดผ่านผิวเย็นยะเยือก นำพาโลหิตอุ่นร้อนออกจนหมดอย่างประณีต กลิ่นของน้ำมันจางๆที่ชโลมผิวเรียบเนียน สัมผัสของแป้งขัดที่ชุบเบาๆลงบนตัวสีเงินที่สะท้อนแสงไฟวาววับ แลเช็ดออกด้วยกระดาษชั้นดี….

เสียงฮึมฮัมของชายผู้หนึ่งที่บรรจงใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดด้วยความเพลิดเพลินและอารมณ์ดี เมื่อเขาวางกระดาษซับมันลง เขาก็เอ่ยด้วยเสียงที่พึงพอใจ

“เจ้ากลับมางดงามแล้ว”

กระบี่ตรงหน้าเขาเปล่งประกายราวกับรับรู้ได้ถึงความเอาใจใส่ของผู้ดูแล “ขอโทษนะ ข้าใช้เจ้าหนักเลยสิ..เหนื่อยหน่อยนะ”

ไม่เป็นไรเลย ข้ายินดี นายท่าน ข้ายินดี ข้าดีใจที่ได้เคียงข้างท่าน…

—-------

ยามรุ่งสาง สักที่ในจวนอันโอ่อ่า หญิงสาวที่ยืนสัปผงก หลังพิงกำแพงห้อง เธอกำลังหลับ หัวโยกโงนเงนไปด้านหนึ่งจนกระทั้งเสียสมดุลล้มไปข้างทางก่อนจะตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ “อ่ะ! โอ๊ย”

เธอมองไปรอบๆห้องที่เงียบสงัดก่อนจะถอนหายใจ ลุกขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องไป กิจวัตรเช้านี้ เธอหยิบไม้กวาด กวาดเรือนอย่างเงียบๆ จัดของตกแต่งให้เข้าที่ มือเรียวบางของเธอกวาดฝุ่นอย่างตั้งใจ แม้ว่าผลลัพธ์จะทำให้เธอไปชนกับแจกันราคาแพงตกแตกเสียงดังเพล้ง

“อะ…แตกซะแล้ว” เธอเบิกตากว้างก่อนจะนั่งลงยองๆมองแจกันด้วยสีหน้าสับสน พรางนึกย้อนถึงมูลค่าของมัน “เหมือนจะ…แพงไหมนะ…ทำไงดี…” เธอทำหน้าเครียดไม่น้อยก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเอาไม้กวาด กวาดเศษซ่อนใต้โต๊ะอย่างลวกๆ แล้วทำเมินไป พรางฮัมเพลงกลบเกลื่อนความประหม่า

“นายท่านคงไม่ว่าหรอกมั้ง…” เธอยังคงกังวลอยู่ดี สุดท้ายเลยจ้ำอ้าวไปที่สวนเพื่อไปสารภาพผิด เธอเดินไปที่ข้างต้นไม้แล้วสูดหายใจก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างสำนึกผิด.. “นายท่านๆ เมื่อกี้ข้าเผลอทำแจกันของท่านแตก ข้า…ข้าไม่ได้ตั้งใจ หวังว่าท่านจะไม่ถือสา…” เสียงบรรยากาศยังเงียบสงัด ทำให้เธอรู้สึกกดดันอยู่ จนกระทั่งได้ยินเสียงดังเคร้งจากสวนด้านข้าง

“เสียงอะไรน่ะ…” เธอหันไปทางต้นเสียง “เดียวข้าขอไปดูก่อนนะคะ! เดียวกลับมา” เธอหันตัวถือไม้กวาดไปด้วย วิ่งไปทางเสียงต้นตอ เธอหยุดอยู่ที่มุมตึกก่อนจะชะโงกออกไปดู มีชายสองคนกำลังค้นของอยู่ในโกดังเก็บสมบัติ ซากโซ่ที่คล้องประตูหล่นอยู่ที่พื้นบ่งบอกว่าคนตรงหน้าคือผู้ทำให้เกิดเสียง และเป็นผู้บุกรุกแน่นอน เธอกลืนน้ำลายและจับไม้กวาดแน่นอย่างกังวลว่าควรจะทำไงดี เสียงสนทนาของสองคนนั้นก็ดังเข้าหู

“สมกับที่เป็นจวนของกู่ฟูกวง ไอ้คนคลั่งอาวุธ มีของสะสมเลื่องชื่อเต็มไปหมด” ชายคนแรกเอ่ยพรางสอดส่องและหยิบกระบี่อ่อนขึ้นมาตรวจดูอย่างสนใจ

“มีแม้กระทั่งอาวุธของโถ่ว หวู่หลาน ที่ว่ากันว่าทั่วยุทภพมีเพียง52ชิ้นเท่านั้นด้วย…ข้าเลือกชิ้นนี้แหล่ะ” ชายอีกคนก็หยิบหอกขึ้นมาตีรันฟันแทง

“เลือกไปทำไมล่ะ เอาไปให้หมดสิ เจ้าของบ้านอุตส่าห์ไม่อยู่ทั้งที รีบเอาไปก่อนมีคนมาเอา..” คำพูดแสนหยาบคายของพวกเขาบาดลึกจนเธอได้ฟังก็รู้สึกโกรธเคืองขึ้นมา เอาไม้กวาดขึ้นมาถือไว้มั่นแล้วก้าวออกไปจ้องเขม็งใส่พวกเขา

“อย่าแตะต้องนะ พวกนายไม่คู่ควรเลยสักนิด วางลงซะแล้วออกไป” เธอจ้องเขม็งใส่คนสองคนตรงนั้น

“อะไรวะ …คนใช้ของจวนนี้หรอ?” ชายคนแรกขมวดคิ้ว เริ่มอารมณ์เสีย ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน กลับกัน พวกเขาเพียงมองหน้ากันแล้วยิ้สแสยะพร้อมกวัดแกว่งกระบี่ในมือเดินมาหาเธออย่างย่ามใจ สองผู้เยี่ยมยุทธ เพียงมองเธอปราดเดียวก็รับรู้ได้แล้ว ร่างกายผอมบางอ้อนแอ่น ข้อมือเล็กและมือที่จับไม้กวาดก็ไม่มั่นคง บ่งบอกถึงผู้ที่จับกระบี่ไม่เป็น เธอกัดฟันเขวี้ยงไม้กวาดใส่พวกเขา เพียงครู่เดียวไม้กวาดถูกปัดได้อย่างง่ายดาย ทว่าตัวหญิงสาวกลับหายไป พวกเขาคนนึงเสียความเยือกเย็นเพื่อมองหาหญิงสาว ส่วนอีกคนพยายามจับสัมผัส

ฉัวะ เสียงกระบี่สีเงินพุ่งปักผ่านอกชายที่กำลังตกใจ เมื่อร่างนั้นล้มลง โดยมีกระบี่นั้นคาอก ทำให้อีกคนตกใจ

“กระบี่นั้น! กระบี่เสวี่ยหลิง! ใครกัน! ผู้หญิงคนนั้นเรอะ อยู่ไหนออกมานะ” เขาพยายามมองหาผู้ใช้กระบี่เล่มนี้ ทว่าเมื่อพยายามเงยหน้าหรือมองรอบๆอย่างจริงจัง เขาถึงไม่ทันสังเกตว่ากระบี่ที่ปักอกชายคนนั้น ค่อยๆลอยตัวขึ้นแล้วแล้วหมายแทงเข้าที่อกเขาเช่นกัน แต่เขาไหวตัวทันทำให้หลบได้ ชายหนุ่มกุมบาดแผล แล้วหัวเราะเบาๆอย่างไม่เชื่อสายตา

“บ้าไปแล้ว..ว่ากันว่า…ในอาวุธทั้งหมดของโถ่ว หวู่หลานมีกระบี่13เล่ม ที่ถูกขนานนามว่ามีจิตวิญญาณ” ตรงหน้าเขา คืออาวุธที่สลักลวดลายงดงามปราณีต ตัวใบมีดสีขาวเงินตัดกับร่องที่ตอนนี้ปนเปื้อนเลือดศัตรู ‘กระบี่หิมะสีชาด’ “..เสวี่ยหลิงของจริงเลยนี่หว่า ” เขาทั้งตื่นเต้นและกระหายอยากครอบครอง เขาถอยมาตั้งหลัก หยิบอาวุธและตั้งมั่นจะคว้ากระบี่เล่มนั้นมาให้ได้

“ข้า…ไม่ยอมรับเจ้าเป็นนาย” กระบี่สีเงินเปล่งเสียงออกมาอย่างเย็นชาและสังหารโจรผู้นั้น

เมื่อทุกอย่างกลับมาเงียบสงัด กระบี่สีเงินค่อยๆลอยตัวออกมา เปล่งแสงครู่หนึ่งก่อนจะกลายร่างเป็นหญิงงามคนเดิม…เธอมองกระบี่ที่ถูกขโมยด้วยความรู้สึกเศร้า ก่อนจะจัดการทำความสะอาดและเก็บเข้าคลังอาวุธอย่างพิถีพิถัน ถัดมา เธอมาจัดการลากศพชายสองคนไปทิ้งอย่างทุลักทุเลด้วยแขนที่บอบบาง ป้ายหยกพรรคดับสุริยาหล่นจากตัวพวกเขา เธอขมวดคิ้วและโยนทิ้ง จัดการเช็ดถูเลือดแล้วเด็ดดอกไม้กลับไปที่สวน

“นายท่าน…นายท่าน เมื่อกี้มีโจรมาบุกรุกคลังของท่าน…พวกนั้นเป็นพวกดับสุริยา…ใจกล้าเหิมเกริมไปแล้ว…” เธอก้มหน้าเม้มปาก

“ทั้งที่ถ้าท่านยังอยู่…พวกเขาคงไม่กล้าแม้แต่จะเหยียบเข้าที่นี่แท้ๆ” เธอมองป้ายหลุมศพที่จ่าชื่อ กู่ฟูกวง ชายผู้หลับไหลอยู่ที่นี่ใต้ต้นไม้แห่งนี้ เธอคุกเข่าเคารพศพเขาอย่างเงียบงัน

“นายท่าน…”

แม้น้ำตาไม่อาจไหล แต่ใจเธอก็เจ็บปวด เสวี่ยหลิง….กระบี่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยช่างฝีมือชื่อดัง กระบี่ที่มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง เบื้องหน้าเธอ…คือเจ้านายที่เสียชีวิตไปได้สามปีแล้ว

ภาพของเธอ อยู่ภายในสายตาคนผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนภูเขาเหนือจวน ชายร่างกำยำที่มาพร้อมแรงกดดันมหาศาล เขาลงมายืนต่อหน้าเธอ พอเธอหันไป สบตากับเขาก็ตกตะลึงชะงักกันทั้งสองฝ่าย

“เหวิน….หลี่หลง…” เธอพึมพำด้วยความกังวลปนระแวง ขณะที่เขาเองก็เดินเข้ามาแล้วสวมกอดเธอจมอกด้วยความคะนึงถึงและโหยหาสุดหัวใจ “หลิงเอ๋อ…”

เธอผงะ ดิ้นออกมาจากอ้อมแขนเขาแต่เพราะถูกกอดแน่นเลยทำอะไรไม่ได้ “หลิงเอ๋อร์ นี่ข้าเอง เจ้า…เจ้าไม่เปลี่ยนไปเลย เหตุใดเจ้าถึงอยู่นี้ได้ ข้านึกว่า ข้านึกว่า…” ชายคนนั้นเสียงสั่น จนเธอรู้สึกกังวล ทั้งสองได้สบตากันระยะประชิด ไม่นาน ดวงตาเรียวคมของหลี่หลงที่ดูโหยหา ก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นไม่เข้าใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ “เธอไม่ใช่ หลิงเอ๋อร์ เธอเป็นใคร กล้าดียังไง!” เขาคว้าคอบีบแน่น ด้วยแรงที่หมายจะฆ่า “ตอบมา! กล้าดียังไง เธอเกี่ยวข้องอะไรกับหลิงเอ๋อร์ เกี่ยวข้องอะไรกับเซี่ย ไป๋หลิง!”

เธอไอค่อกแค่กก่อนจะแปรเปลี่ยนร่างเป็นดาบร่วงหล่นลงไป เขาคว้าด้ามจับด้วยความตกตะลึง…”เจ้า…” เขาชะงักมองตัวดาบสีเงินที่แม้จะไม่เห็นนาน แต่ก็จำได้ “เสวี่ยหลิง…” ทว่าเขาไม่เข้าใจ สับสนและแปลกใจ

“ดาบ…กลายร่างเป็นคนเนี่ยนะ…เรื่องแบบนี้มัน” เขามองไปทางหลุมศพของกู่ฟูกวง “เจ้า…อยู่ที่นี่มาตลอด อยู่กับฟูกวง….” เขาพึมพำ

“ใช่ค่ะ ข้าย่อมต้องอยู่กับนายท่านของข้า…” เธอกลายร่างเป็นคนอีกครั้งแล้วทำความเคารพ “ไม่พบกันนานเลยนะคะ…ในที่สุดท่านก็ได้ยินเสียงของข้า เหวิน หลี่หลง…”

ชายตรงหน้าเธอคือ เหวิน หลี่หลง เจ้านายของกู่ฟูกวง และในอดีต12ปีก่อน เป็นผู้มอบดาบเสวี่ยหลิงให้กับกู่ฟูกวง

และเป็น คนที่เธอไม่ชอบหน้าที่สุด