จอมยุทธหงส์แดง
ปรากฏร่างของบุคคลในชุดสีดำสนิท ปกเสื้อมีขนจิ้งจอกฟูฟ่องสีดำสนิทดูโอ่อ่าเกินความจำเป็น สวมหน้ากากปกปิดใบหน้าครึ่งบนสีแดงแป๋ ลวดลายบนหน้ากากนั้นมองออกยากเหลือเกินว่าวาดเป็นรูปอะไร
ดูไปดูมาเหมือนเด็กหัดระบายสีที่เขี่ยพู่กันไปมาเสียมากกว่า เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูตัวใหญ่โคร่งพร้อมผ้าคลุมหนาหนักจนมองไม่เห็นทรวดทรงร่างกายที่แท้จริง
แวบแรกที่เห็น หลันหยีเกือบจะร้องอุทานด้วยความตกใจ
‘นั่นมันอะไร!?’
แต่เมื่อเพ่งมองใบหน้ากากสีแดงที่ดูตลกมากกว่าน่าเกรงขาม ความหวาดกลัวที่มีก็มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความมึนตึนที่เข้ามาแทนที่
"ข้าคือ... จอมยุทธ์หงส์แดง!"
น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและแหบแห้งแบบตั้งใจดัดจนฟังดูจั๊กจี้รูหู
"ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีโหรวหลิ่งน้อยบาดเจ็บ! จึงอยากนำยาดีมามอบให้!"
หลันหยียังคงนิ่งเงียบ นางไม่ได้นิ่งเพราะเกรงกลัว แต่กำลังอึ้งและสับสนกับภาพลักษณ์ประหลาดล้ำที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
‘ส…เสียงนั่น… หระ หรือว่า…’
จอมยุทธ์หงส์แดงไม่รอช้า ถลาเข้าใกล้โต๊ะหินอย่างรวดเร็วท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เพราะกลัวเสื้อผ้าหลุดก่อนจะทำเป็นทักทายเสียงดัง
"เจ้าคือ... หลิน หลันหยี ใช่หรือไม่? ข้าได้ยินมาว่าหลายวันก่อนเจ้าเจออุบัติเหตุ!"
ว่าแล้วเจ้าตัวก็วางตลับยาลงบนโต๊ะดัง ปึก!
ซึ่งตลับนั้น...
ชัดเจนเลยว่ามันคือ ยาบดมุกชมพูเหมันต์ แบบเดียวกับที่อยู่ในฝ่ามือของหลันหยีเดี๊ยะ ๆ
‘ยาที่ฮูหยินเพิ่งให้ข้ามานี่…!?’
จอมยุทธ์หน้ากากแดงเริ่มร่ายสรรพคุณต่ออย่างเมามัน โดยหารู้ไม่ว่าหลันหยีเพิ่งได้รับยาชนิดนี้ไปหมาด ๆ
"ยานี้เป็นยาที่ดีมาก! มันทำมาจากมุกชมพูแสนหายากจากทะเลใต้ ผสานกับดอกโป๊ยเซียนเหมันต์ในหุบเขาลึก และขี้ผึ้งพังพอน! เมื่อนำมาทาจะทำให้แผลผสานไว ไม่ทิ้งแม้แต่รอยแผลเป็น!"
ว่าแล้ว หงส์แดง ก็ยกมือขึ้นมากางตรงหน้าหลันหยีจนนางสะดุ้ง
"ดูนี่! หากมือโดนธนูยิง ก็จะไม่เหลือร่องรอยเลยแม้แต่นิดเดียว!"
หลันหยีมองตามมือที่ขาวใสไร้รอยขีดข่วนนั้นพลางคิดในใจ
'มันวิเศษขนาดนั้นเลยหรือ?'
ทว่าจอมยุทธ์ตรงหน้ากลับรีบเสริม
"เอ้อ... หมายถึงถ้ามันโดนยิงน่ะนะ แต่ข้าไม่ได้โดนยิงหรอกเพราะข้าหลบได้! แค่อยากจะอธิบายเฉย ๆ และที่สำคัญ... มันหายากมากๆๆๆ ตลับเท่านี้ก็ประเมินราคาไม่ได้แล้ว ขอให้คุณหนูโปรดรับไว้ด้วยเถิด!"
หลันหยีนิ่งเงียบ สายตามองสลับระหว่างตลับยาในมือ ตลับยาบนโต๊ะ และใบหน้ากากสีแดงที่ดูจะขยับไปมาอย่างลุ้นระทึก นางกำลังประเมินสถานการณ์ว่าบุคคลตรงหน้านี้สติยังดีอยู่หรือไม่
‘ ข้า… ข้าควรจะทำยังไง? ’
เมื่อครู่ตอนที่ จอมยุทธ์หงส์แดง โชว์มือให้ดู... ขนาดมือนั้นช่างเล็กเรียวเท่ากับหญิงสาว เสียงทุ้มแหบแปลก ๆ นั่นก็ดี หรือจะเป็นรูปทรงใบหน้าครึ่งล่างที่โผล่พ้นหน้ากากออกมานี่อีก…
หลันหยีมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย
'นี่นาง... คิดจริง ๆ หรือว่าข้าจะไม่รู้ว่าเป็นนาง?'
หลันหยีลองหยั่งเชิงถามกลับไปเสียงเรียบ
"ท่าน... จอมยุทธ์หงส์แดง?"
เมื่อเห็นหลันหยีขานชื่อฉายาที่ตนแต่ง บาจีที่อยู่หลังหน้ากากก็มั่นอกมั่นใจทันทีว่าแผนปลอมตัวของตนนั้นช่างแนบเนียนไร้ที่ติ
นางรีบยืดอกคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวภายใต้หน้ากาก
"ใช่แล้ว! ข้านี่ล่ะจอมยุทธ์หงส์แดงผู้เกรียงไกร!"
กลับกันหลันหยีกลับคิดอย่างอ่อนใจ
'นางไม่นึกบ้างเลยหรือว่าผมสีแดงเพลิงที่โผล่ออกมานั่น... มันไม่ใช่ว่าใครในจวนนี้จะมีได้ง่าย ๆ'
นางถอนหายใจออกมาน้อย ๆ ก่อนแรงโกรธจะแอบทำงานหน่อย ๆ
‘แต่ในเมื่อเจ้าจะให้ข้าแกล้งโง่ ข้าก็อยากจะรู้นักว่าเจ้าจะทำอย่างไรต่อ’
หญิงสาวมองตลับยาบนโต๊ะแล้วเอ่ยปฏิเสธนิ่ม ๆ
"ขอบคุณท่านจอมยุทธ์มาก แต่ข้าคงรับไว้ไม่ได้ ข้าไม่รับของจากคนแปลกหน้า อีกอย่างที่จวนตระกูลเหว๋ก็มียามากมาย ไม่ได้ขาดตกบกพร่องสิ่งใด"
หงส์แดงได้ยินดังนั้นก็เริ่มลุกลี้ลุกลน
"มะ...ไม่ได้เป็นคนแปลกหน้า! ข้าน่ะคนในจวน! เป็นคนดี! เป็นจอมยุทธ์หงส์แดงผู้พิทักษ์!"
หลันหยีจี้ถามต่อทันควัน
"แล้ว…หงส์แดงคือใคร? ทำไมข้าอยู่ที่นี่มาเป็นเดือนไม่เคยได้ยินใครพูดถึงชื่อนี้มาก่อน"
"หงส์แดง…! หงส์แดงก็คือ... จ...เจิ้นหยวนลึกลับ! ป...เป็นคนสนิทของจวนลึกลับ! ท...ทำหน้าที่ลึกลับยังไงล่ะ!"
หลันหยีต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ
'หายไปตั้งหลายวัน... นางคิดข้ออ้างแผนได้แค่นี้จริง ๆ หรือ'
หญิงสาวจึงเอ่ยตัดบท
"ขอบคุณสำหรับน้ำใจ หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอฝึกปราณต่อ..."
"จ...จ...เจ้าบาดเจ็บ!" หงส์แดงงึก ๆ งัก ๆ รีบหาเรื่องรั้งไว้เพื่อคุยต่อ
"ที่เจ้าบาดเจ็บ เจ้าคงจะโกรธมากใช่ไหม? เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวข้าไปจัดการพวกปีศาจแมงมุมในแดนต้องสาปให้เจ้าเอง!"
หลันหยีหรี่ตาลงจี้จุดสำคัญ
"ปีศาจแมงมุม? ข้าไม่ได้บอกใครเลยว่ามันมีลักษณะเหมือนแมงมุม ทำไมท่านจอมยุทธ์ถึงรู้ได้เล่า?"
หงส์แดงนั้นสะดุ้งโหยงจนตัวโยน รีบโบกไม้โบกมือแก้ตัว
"ก...ก็บอกแล้วไง ข้าน่ะ ปะ...เป็นหน่วยลับหน่วยสนิท! อ...เอาเป็นว่าข้าจะไปขยี้พวกมันให้แหลกคามือดีไหม!"
หลันหยีมองด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะเปรยออกมา
"ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ... เข้าป่าไปก็น่ากลัวและอันตราย สู้ให้ท่านไปจัดการ 'ตัวการ' ที่ทำให้ข้าต้องเจ็บตัวดีกว่า"
หงส์แดงกลืนน้ำลายเอื๊อก "ต...ต...ตัวการ?"
"ใช่... คุณหนูสี่ตระกูลเหว๋ คนที่หลอกข้าให้ไปเจออันตรายนั่นอย่างไรเล่า"
จอมยุทธ์หงส์แดงยืนนิ่งสนิทไปชั่วขณะ นางเม้มปากอยู่ใต้หน้ากากอย่างใช้ความคิดหนัก
'นางยังโกรธข้าจริง ๆ ด้วย... โกรธมากขนาดอยากให้คนไปจัดการเลยหรือเนี่ย'
"ก...ก...ก็... ย...ยัยคุณหนูสี่นั่นมัน... ช...ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ!"
บาจีในคราบหงส์แดงเค้นคำพูดด่าตัวเองออกมา
"ย...ยัยคนสิ้นคิดนั่น! ห...หากข้าไป...ไปลงโทษนาง เจ้าจะ...เจ้าจะ...อารมณ์ดีขึ้นใช่ไหม?"
หลันหยีที่เห็นหงส์แดงปลอมยอมพูดทำร้ายตัวเองเช่นนั้นก็แอบยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
นางหันมามองจอมยุทธ์เพี้ยน ๆ ตรงหน้าแล้วพยักหน้าช้า ๆ
"หากท่านทำได้... ข้าอาจจะอารมณ์ดีขึ้นจริง ๆ ก็ได้ และบางที... ข้าอาจจะยอมรับยาของท่านไว้ด้วย"
“ได้! งั้นข้าจะไปจัดการให้!! “
กล่าวจบ หงส์แดงก็คว้าตลับยาและล่องถลาข้ามกำแพงจวนออกไปอย่างเก้ๆกังๆ …
“ เจ้าสัญญาแล้วนะ! เจ้ารอดูได้เลย! เจ้าจะต้องอารมณ์ดีขึ้นเพราะข้า!”
โดยที่ทั้งคู่หารู้ไม่เลยว่าที่พวกเขาคุยกันนั้นถูกลอบฟังด้วย ฮูหยินใหญ่ และ ฮูหยินรอง ที่ตั้งใจจะเดินกลับมาชวนหลันหยีไปทานข้าวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
ทั้งสองชะงักฝีเท้าพลางมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
"พี่หญิง... ท่านเห็นแบบเดียวกับที่ข้าเห็นใช่หรือไม่เจ้าคะ?" ฮูหยินรองเอ่ยถาม
ฮูหยินใหญ่ถอนหายใจยาวเหยียดพลางนวดขมับ
"เฮ้อ... ลูกคนนี้ คิดอะไรพิเรนทร์ของนางอีกแล้วก็ไม่รู้ เอาเถอะ หวังว่านางจะไม่ก่อเรื่องอะไรไปมากกว่านี้ก็พอ ทำเป็นไม่เห็นไปก่อนแล้วกัน"
ฮูหยินรองพยักหน้ารับคำ แต่ในใจกลับคิดเตลิดไปไกล
'เรื่องนี้สนุกเกินกว่าจะเก็บไว้เพียงสองคน ข้าต้องรีบไปเล่าให้น้องไต๋ฟู่ได้ร่วมใส่ใจเสียแล้ว!'