สิ้นยุทธภพเมื่อพบเจ้า

แผนการอันแยบยล

เวลาผ่านไปได้พักใหญ่

หลันหยีนั่งนิ่งพยายามรักษามาดอยู่เงียบๆ แต่ในใจกลับแอบรู้สึกคาดหวังอย่างประหลาด

‘นางจะทำอะไรกันนะ?’

นางอยากรู้นักว่า จอมยุทธ์หงส์แดง จะลงโทษ คุณหนูสี่ อย่างไร เพราะความคิดความอ่านของบาจีนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะคาดเดาได้ง่าย ๆ เลย

‘จะเขียนข้อความมาส่งข้า ว่าเหว๋บาจีโดนลงโทษแล้วหรืออย่างไรกัน?’

หญิงสาวเอียงคอคิด

‘หรือจะเป็น… ตัวคุณหนูสี่เดินเข้ามาแล้วกล่าวว่านางโดนลงโทษแล้ว และสำนึกแล้วตามเดิม?’

ทันใดนั้นเอง...

ก็มีเสียงอึกทึก

"โอ้ย! โอ้ย! ข้าเจ็บนะ!" เสียงบาจีตะโกนลั่นด้วยความตระหนกดังมาจากอีกฟากของกำแพงจวน เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้หลันหยีได้ยินชัดเจนทุกคำ

ตามด้วยเสียง

ตุบตับ!

เหมือนมีการปะทะร่างกายกันอย่างรุนแรง ทำเอาหลันหยีสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจในคราแรก

‘เสียงอะไรน่ะ!?’

ตามมาด้วยเสียงดัดแหลมทุ้มของจอมยุทธ์หงส์แดงที่ตะคอกกลับไปอย่างเกรี้ยวกราด

"ยัยบ้าเอ๊ย! กล้าดียังไงทำให้คุณหนูหลันหยีต้องบาดเจ็บฮะ!?"

"ก...ก็ข้าไม่ได้ตั้งใจ!"

เสียงบาจีตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงลนลานแบบที่หลันหยีจำได้แม่น

"ไม่ได้ตั้งใจก็ต้องขอโทษ!"

เสียงของหงส์แดงเริ่มคุมจังหวะการดัดไม่ได้เพราะเร่งรีบเกินไป ผสมปนเปไปกับเสียง ตุบตับ ตุบตับ ของการทุบตีและเสียงผ้าสะบัดพริ้วพรายราวกับกำลังมีการต่อสู้ที่ดุเดือด

พรึ่บ พรั่บ!!

หลันหยีที่นั่งฟังอยู่อีกฝั่งกำแพงถึงกับต้องเอามือปิดปากแน่น แววตาสั่นระริกด้วยความตกใจปนไปกับการกลั้นขำจนตัวสั่น

‘นี่นาง… กำลังเล่นละครงิ้วให้ข้าฟังหรือ!?’

นางจินตนาการภาพบาจีที่กำลังวิ่งวุ่นเตะฝุ่น ตีลม และตบเสื้อผ้าตัวเองอยู่คนเดียวได้อย่างชัดแจ้ง

"คุณหนูหลิน หลันหยีแห่งสกุลหลิน สั่งให้ข้ามาลงโทษเจ้า!"

หงส์แดงแผดเสียงประกาศชัยชนะ

"สำนึกแล้ว! สำนึกแล้วน่ะท่านหน่วยลับเจิ้นหยวนหงส์แดง! หยุดตีข้าได้แล้ว ไม่งั้นข้าจะเอาจริงแล้วนะ!"

แม้จะเป็นบทละครที่เขียนเองกับมือ แต่บาจีก็มิวายทิ้งลายเจิ้นหยวนผู้ไม่ยอมคน นางไม่ยอมให้ร่างปลอมของตนข่มเหงร่างจริงเกินงามนัก

ทันใดนั้น… เสียงแปลกไม่ได้รับเชิญก็ดังขึ้นมาจากอีกฝากฝั่ง

" อ้าวน้องสี่…! นั่นเจ้าทำอะไรอยู่... เสื้อผ้านั่น…? หน้ากา…!?”

“โคร้มมมมมม!"

ตามมาด้วยเสียงโครมครามพัลวันเหมือนมีการปะทะเกิดขึ้นจริง ๆ “เอี้ยยยกก!!”

จนหลันหยีถึงกับชะโงกคอมองด้วยความสงสัย

'เสียงเมื่อครู่... คุณชายสองปูเจิ้นใช่ไหม?' นางเริ่มขยับตัวอยากจะลุกไปดูให้รู้ความว่าเกิดอะไรขึ้นที่อีกฝั่งกันแน่

‘อย่าบอกนะว่า..เขาเข้ามาเห็นละครลิงที่คุณหนูสี่กำลังเล่นอยู่?’

“...เจ้าทำ—-เจ็บ….”

“...ข้า…..แดง!!”

“ ห้ะ!?”

เสียงกระซิบกระซาบอย่างมีอารมณ์ดังลอดมาครู่หนึ่ง ก่อนจะเงียบไปสักพักใหญ่

“.....”

‘เกิดอะไรขึ้นฝั่งนั้นน่ะ…?’

ความอยากใส่ใจทำให้หลันหยีอยากเดินไปดูจนใจจะขาด

แล้วจึงตามมาด้วยเสียงดัดของ หงส์แดง จะแผดลั่นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อกู้สถานการณ์!

"ฮ่ะฮ่ะฮ่า! อย่านึกนะว่า พ...พ…พี่ชายเจ้าจะมาช่วยเจ้าได้!! ดูไว้ซะ ถึงแม้เจ้าจะพาพี่คนไหนมาช่วย ก็หยุดการลงโทษจากข้าไม่ได้!!"

"สำนึกแล้ว! สำนึกแล้วน่ะท่านหน่วยลับเจิ้นหยวนหงส์แดง! หยุดตีข้ากับท่านพี่ได้แล้ว ไม่งั้นข้าจะเอาจริงแล้วนะ!"

บาจีนั้นเผลอพูดบทเดิมที่พูดไปก่อนหน้าด้วยความลนของเรื่องราวที่ตัวเองเตรียม

"เออ! สำนึกก็ดี! ไป! กลับไปคัดบทขอโทษแม่นางหลันหยีซะ!"

เสียงหงส์แดงประกาศกร้าวด้วยเสียงดัดที่เพี้ยนหลงคีย์

"เจ้าค่ะ! ท่านหน่วยลับเจิ้นหยวนหงส์แดง!"

เสียงบาจีขานรับอย่างนอบน้อมพร้อมเสียงฝีเท้าวิ่งพรวดพราดห่างออกไป

ตึก ตึก ตึก ….

ในขณะที่นึกว่าละครจะจบ แต่แล้ว…

"ข้าเจ็บมากท่านหงส์แดง…ข้าจะสอนน้องสาว"

เสียงแข็งๆ ทื่อๆ ของคุณชายสองลอยมาอย่างผิดจังหวะ

ราวกับคนพยายามจะเล่นตามบทที่น้องสาวขู่บังคับไว้เมื่อครู่...

ตึกตึกตึกตึก

เสียงฝีเท้าที่เคยวิ่งไปนั้นวิ่งกลับมา… ตาม ด้วยเสียงทุลักทุเลของการลาก บุรุษให้วิ่งไปกับตน…

แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นเงียบงัน

‘ ก…เกิดสิ่งใดขึ้นอีกกัน..?’

หลันหยีเริ่มสับสนและสงสัยกับเหตุการณ์เบื้องหลังกำแพง

แต่เพียงครู่เดียว จอมยุทธ์หงส์แดง ก็กระโดดหมุนตัวข้ามกำแพงกลับเข้ามาในสวนของหลันหยีอีกครั้งในสภาพที่เหนื่อยหอบกว่าเดิม หน้ากากสีแดงเอียงกะเท่เล่ ขนจิ้งจอกฟูฟ่องหลุดรุ่ยไม่เป็นทรง

"ข้า...แฮ่ก แฮ่ก… ข้า จอมยุทธ์หงส์แดง... จัดการให้นางตัวแสบสลบเหมือดไปแล้วคุณหนูโหรวหลิ่ง! แม้แต่พี่ชายของนางข้าก็ไม่ละเว้น!"

จอมยุทธหงส์แดงยืดอกทำท่าทางองอาจ ทั้งที่เหงื่อซึมโชกภายใต้ชุดหนาเตอะ

‘ม … เมื่อครู่นี้… นางกระโดดใส่พี่ชายของนางจริง ๆใช่หรือไม่กันนะ…? คุณชายจะเป็นอะไรหรือไม่?’

หลันหยีมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าที่วางไม่ถูก...

‘นี่นาง… นางทุ่มเท… นางยอมทำขนาดนี้… เพื่อให้ข้าหายโกรธเลยหรือ?’

แววตาของหลันหยีวูบไหว ความหงุดหงิดที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ชวนให้อุ่นซ่านในใจ...

‘คุณหนูสี่นี่ช่าง…’

นางมองจอมยุทธ์หงส์แดงที่กำลังยืนลุ้นจนตัวเกร็ง แผ่นหลังสั่นน้อยๆ เพราะความหอบเหนื่อยจากการวิ่งวุ่นไปมา

โหลวริงสาวพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเม้มริมฝีปากแน่น

'ไม่ได้... ข้าต้องอดทน ข้าจะหลุดขำออกมาตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด'

"ทำได้ดี..."

หลันหยีเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มให้ราบเรียบและนิ่งที่สุด

เพียงแค่คำชมสั้นๆ นั้น กลับส่งผลลัพธ์รุนแรงยิ่งกว่ายาวิเศษ บาจีที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดพะรุงพะรังและหน้ากากตลกๆ ถึงกับใจฟูคับอก

‘นางชมข้าแล้ว!!!’

ความเหนื่อยหอบจากการวิ่งวุ่นและตีตัวเองเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง รอยยิ้มกว้างฉีกออกจนแก้มปริอยู่ภายใต้หน้ากากแดงแดงนั่น

“สำเร็จ!!!!”

บาจีในร่างหงส์แดงทำท่าจะถลาเข้าไปหาหลันหยีด้วยความดีใจ แต่หลันหยีกลับรีบยกมือขึ้นห้ามแล้วถามเสียงเข้ม

"ท่านจะทำอะไร?"

"เอ่อ... ข้า..."

"นี่ก็เย็นมากแล้ว หากท่านเป็นเจิ้นหยวนผู้ให้เกียรติสตรี ก็ควรจะถอยออกไปเสียเดี๋ยวนี้"

หลันหยีเดินเกมกดดันต่อทันทีไม่ให้เสียการควบคุม

"ไม่เช่นนั้น... ข้าจะถือว่าเจิ้นหยวนหงส์แดงกำลังล่วงเกินข้า และข้าจะฟ้องฮูหยินใหญ่!"

หงส์แดงได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ความกลัวแล่นขึ้นสมองทันที

‘ซวยแล้ว! ถ้าเกิดร่างปลอมนี้มีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกคน ข้าได้โดนแม่สั่งขังลืมแน่ๆ'

นางจึงรีบล่าถอยถดกายนับถอยหลังอย่างรวดเร็ว

"ข้าไปแล้ว! ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ! แต่พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่!"

หงส์แดงตะโกนบอกก่อนจะรีบโผกลับมาวางตลับยาบนโต๊ะอีกครั้งด้วยท่าทางลนลาน

"เจ้าสัญญาแล้ว ว่าจะรับยาจากข้า!! อย่าลืมทาล่ะ! มันดีจริง ๆ นะ!"

สิ้นคำ จอมยุทธ์เพี้ยนก็กระโดดตัวลอยข้ามกำแพงหายลับไปราวสายลม

‘สำเร็จ สำเร็จ สำเร็จ!!! นางหายโกรธข้าแล้ว!! นางรับยาข้าแล้ว!! ข้านี่เก่งที่สุดเลย! เหว๋ บาจี!!’

เหลือเพียงโหรวหลิ่งสาวกับความเงียบสงัดในสวน

หลันหยีนิ่งมองกำแพงจวนอยู่อึดใจหนึ่ง

เมื่อมั่นใจจนเต็มร้อยว่าบาจีไปพ้นระยะสายตาแล้ว... กำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างไว้ก็พังทลายลงทันที

"อุ๊ย... ฮ่ะๆๆๆๆ!"

หลันหยีหลุดหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น

นางทรุดตัวลงนั่งกุมท้องขำจนตัวงอ น้ำตาเล็ดออกมาที่หางตาด้วยความขบขันในความพยายามอันแสนบื้อของเจิ้นหยวนผมแดงคนนั้น

‘โถ เด็กน้อย…’

ภาพบาจีที่ยืนเถียงกับตัวเองและทำเสียงตุบตับอยู่หลังกำแพงมันช่างเป็นภาพที่เหนือคำบรรยายจริง ๆ

"เจ้าคนบ้า... นึกว่าข้าโง่ขนาดนั้นเลยหรือไงนะ" หลันหยีพึมพำพร้อมรอยยิ้มที่ยังค้างอยู่บนใบหน้า

มือเรียวหยิบตลับยาที่วางทิ้งไว้ขึ้นมามอง... คราวนี้ความรู้สึกที่มองมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

‘ ดูท่านาง… จะไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรจริง ๆ …’

นางเริ่มรู้สึกว่า... บางทีการเป็นเพื่อนกับบาจี อาจจะมีความสนุกและสีสันมากกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้มากนัก ชีวิตในจวนตระกูลเหว๋ที่นางเคยคิดว่าน่าเบื่อ กลับถูกเติมเต็มด้วยความซื่อบื้อที่แสนจริงใจของเจิ้นหยวนผมแดงคนนี้

‘ คงเป็นข้า… ที่มองนางผิดไป…’

ในวันถัดมา

หลังจากรับประทานมื้อเช้าเสร็จ

หลันหยีเผลอชะเง้อมองไปทางกำแพงสวนหินโดยไม่รู้ตัว

‘วันนี้นาง…จะมาในฐานะไหนกันนะ?’

โดยไม่รู้เลยว่าของขวัญจากคุณชายฟางนั้นเดินทางมาถึงแดนต้องสาปแล้ว…